ทำไม KPI ที่ไม่ SMART คือจุดเริ่มต้นของความล้มเหลว
องค์กรจำนวนมากบอกว่ามี KPI
แต่พอเปิดดูจริง ๆ มันคือ “ความตั้งใจดีที่ไม่มีโครงสร้าง”
อยากเพิ่มยอดขาย
อยากให้ลูกค้าพอใจ
อยากให้ทีมทำงานดีขึ้น
คำเหล่านี้ฟังดูถูกต้อง
แต่ในเชิงระบบ มันไร้พลัง
เพราะมันไม่ผ่านคำว่า SMART
SMART คือ Framework ที่ใช้กรองว่า KPI ตัวนั้น “ใช้งานได้จริง” หรือเป็นแค่คำสวย ๆ
S — Specific (เฉพาะเจาะจง)
“เพิ่มยอดขาย” ไม่ Specific
“เพิ่มยอดขายจาก 8 ล้านเป็น 10 ล้าน” คือ Specific
ถ้า KPI ยังต้องตีความ
มันยังไม่ Specific พอ
M — Measurable (วัดได้)
“ลูกค้าพึงพอใจ” ไม่ใช่ KPI
“CSAT 4.5/5” คือ KPI
ถ้าไม่มีตัวเลข
มันคือความเห็น ไม่ใช่ข้อมูล
องค์กรที่จริงจังกับ Performance
จะไม่ยอมรับคำที่วัดไม่ได้
A — Achievable (ทำได้จริง)
เป้าที่ท้าทาย สร้างพลัง
เป้าที่เพ้อฝัน ทำลายความเชื่อมั่น
โตปีที่แล้ว 10%
ปีนี้ตั้ง 1,000%
แบบนี้ไม่ใช่ Ambition
แต่มันคือ Disconnect จากความจริง
Achievable ไม่ได้แปลว่าง่าย
แต่มันต้องอยู่บนฐานข้อมูล ไม่ใช่อารมณ์
R — Relevant (เกี่ยวข้องกับหน้าที่)
HR ควรถูกวัดด้วย Retention Rate หรือ Time to Hire
ไม่ใช่ยอด Like บน Facebook
Sales ควรถูกวัดด้วย Revenue, Conversion Rate
ไม่ใช่จำนวนประชุม
KPI ที่ไม่ Relevant ทำให้คนทำงานผิดทิศ
และองค์กรเสียต้นทุนโดยไม่รู้ตัว
T — Time-bound (มีกรอบเวลา)
“เพิ่มยอดขาย” ไม่มีเส้นตาย = ไม่มีแรงกดดัน
“เพิ่มยอดขายเป็น 10 ล้านภายใน Q1 2026” = มี Accountability
ถ้าไม่มี Deadline
มันไม่ใช่ Target
มันคือ Wish
KPI ที่ไม่ SMART คือภาระ ไม่ใช่เครื่องมือ
หลายองค์กรมี KPI เต็มระบบ แต่พอถามว่า “ผ่าน SMART ครบไหม?” คำตอบคือไม่แน่ใจ
ถ้า KPI ไม่ Specific ทีมจะสับสน
ถ้าไม่ Measurable ผู้บริหารจะเถียงกัน
ถ้าไม่ Achievable ทีมจะหมดศรัทธา
ถ้าไม่ Relevant คนจะทำงานผิดจุด
ถ้าไม่ Time-bound ทุกอย่างจะถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ
SMART ไม่ใช่ทางเลือก มันคือมาตรฐานขั้นต่ำของ Performance Management
คำถามสำคัญไม่ใช่ “เรามี KPI ไหม” แต่คือ “KPI ของเราผ่าน SMART จริงหรือยัง”
