Job Requisition – คำขอเปิดตำแหน่งงาน

Job Requisition – คำขอเปิดตำแหน่งงาน

ความหมายของ Job Requisition: Job Requisition คือ กระบวนการหรือคำขอเปิดตำแหน่งงานใหม่ภายในองค์กร โดยจะถูกสร้างขึ้นเมื่อฝ่าย HR หรือผู้บริหารเห็นว่ามีความจำเป็นในการสรรหาพนักงานเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการเริ่มต้นของกระบวนการสรรหาบุคลากร (recruitment) ในองค์กร คำขอนี้มักจะรวมถึงข้อมูลที่สำคัญ เช่น รายละเอียดของตำแหน่งงาน, ข้อกำหนดและคุณสมบัติของผู้สมัคร, สถานที่ทำงาน, และงบประมาณที่ใช้ในการจ้างงาน

โดยทั่วไปแล้ว Job Requisition จะต้องได้รับการอนุมัติจากผู้บริหารระดับสูงหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายการเงินหรือฝ่ายจัดการ ก่อนที่กระบวนการสรรหาจะเริ่มต้นขึ้น

ความสำคัญของ Job Requisition:

  1. การกำหนดความต้องการของตำแหน่งอย่างชัดเจน:
    • Job Requisition ช่วยให้ฝ่าย HR หรือผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการสรรหาสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าตำแหน่งที่เปิดรับมีลักษณะอย่างไร รวมถึงคุณสมบัติที่ต้องการจากผู้สมัคร การกำหนดคุณสมบัติที่ชัดเจนจะทำให้กระบวนการสรรหามีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถหาผู้สมัครที่ตรงกับความต้องการได้ดียิ่งขึ้น
    • ตัวอย่าง: หากบริษัทต้องการหาผู้จัดการฝ่ายขายในเขตกรุงเทพฯ Job Requisition จะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับทักษะที่จำเป็น เช่น ความสามารถในการสื่อสาร, ประสบการณ์ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และทักษะในการจัดการทีมขาย
  2. การควบคุมต้นทุนและทรัพยากร:
    • Job Requisition ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมต้นทุนในการจ้างงาน โดยการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณในการจ้างงานที่เหมาะสมและขอบเขตของตำแหน่งงาน ซึ่งสามารถช่วยหลีกเลี่ยงการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น
    • ตัวอย่าง: หากองค์กรระบุใน Job Requisition ว่างบประมาณสำหรับตำแหน่งนี้คือ 60,000 บาทต่อเดือน การเปิดรับสมัครจะต้องสอดคล้องกับงบประมาณที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการเสนอเงินเดือนหรือสวัสดิการ
  3. ช่วยในการวางแผนการสรรหาบุคลากร:
    • Job Requisition เป็นเครื่องมือในการวางแผนการสรรหาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ และช่วยในการกำหนดกลยุทธ์ในการหาผู้สมัครที่เหมาะสมสำหรับตำแหน่งนั้นๆ
    • ตัวอย่าง: การระบุใน Job Requisition ว่าตำแหน่งที่เปิดรับเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะด้าน IT จะช่วยฝ่าย HR เลือกใช้ช่องทางการสรรหาที่เหมาะสม เช่น การลงประกาศในเว็บไซต์หางานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี
  4. การปรับปรุงกระบวนการสรรหางาน:
    • เมื่อมีการสร้าง Job Requisition ทุกครั้งจะช่วยในการติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการสรรหาบุคลากรในองค์กรได้ง่ายขึ้น และช่วยให้ฝ่าย HR สามารถจัดการกับการเปิดตำแหน่งได้อย่างมีระบบและถูกต้องตามขั้นตอน
    • ตัวอย่าง: ถ้ามีตำแหน่งที่ไม่ได้รับการเติมเต็มเป็นเวลานาน การมี Job Requisition จะทำให้ฝ่าย HR สามารถตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการสรรหาหรือแม้แต่พิจารณาการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติหรือลักษณะงานให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
  5. การขออนุมัติจากผู้บริหาร:
    • Job Requisition มักจะต้องผ่านการอนุมัติจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะดำเนินการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งช่วยให้มีการควบคุมในระดับสูงในการตัดสินใจเปิดตำแหน่งงานและจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสม
    • ตัวอย่าง: ก่อนที่ HR จะเปิดรับสมัครตำแหน่งใหม่ในองค์กร จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากฝ่ายการเงินหรือฝ่ายบริหารเพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรสามารถรองรับงบประมาณและทรัพยากรที่จำเป็นได้

ประโยชน์ของ Job Requisition – คำขอเปิดตำแหน่งงาน

การใช้ Job Requisition หรือคำขอเปิดตำแหน่งงานมีประโยชน์หลายด้านที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการทรัพยากรบุคคลและกระบวนการสรรหาบุคลากรขององค์กร ซึ่งประโยชน์หลักๆ ของ Job Requisition ได้แก่:

1. การกำหนดความต้องการของตำแหน่งอย่างชัดเจน

  • Job Requisition ช่วยให้การกำหนดรายละเอียดของตำแหน่งงานมีความชัดเจน เช่น ขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบ และคุณสมบัติที่ต้องการจากผู้สมัคร ซึ่งช่วยให้การสรรหามีความแม่นยำมากขึ้น
  • ประโยชน์: ลดความคลุมเครือในการสรรหาบุคลากร ทำให้ฝ่าย HR หรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้ดีกว่า

ตัวอย่าง: หากองค์กรต้องการตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด Job Requisition จะระบุว่า ตำแหน่งนี้ต้องการผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการวางแผนกลยุทธ์การตลาด และทักษะการบริหารทีม

2. ช่วยในการควบคุมต้นทุนและการบริหารทรัพยากร

  • Job Requisition ช่วยให้องค์กรสามารถระบุงบประมาณที่ใช้ในการจ้างงานได้อย่างเหมาะสม โดยจะมีการกำหนดเงินเดือนหรือสวัสดิการที่สามารถเสนอได้ให้เหมาะสมกับงบประมาณขององค์กร
  • ประโยชน์: ช่วยให้การสรรหาบุคลากรไม่เกินงบประมาณที่กำหนด ลดการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น

ตัวอย่าง: หากตำแหน่งงานที่ต้องการรับสมัครอยู่ในระดับเริ่มต้น, Job Requisition จะระบุเงินเดือนที่เหมาะสม และงบประมาณในการใช้ทรัพยากรบุคคลสำหรับตำแหน่งนั้นๆ

3. การควบคุมกระบวนการสรรหางาน

  • Job Requisition ทำให้กระบวนการสรรหามีความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยมีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจน เช่น ทักษะที่จำเป็น, ระยะเวลาที่ต้องการรับพนักงาน, และระยะเวลาที่จะดำเนินการสรรหา
  • ประโยชน์: ช่วยในการจัดการกระบวนการสรรหาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการจ้างงาน ทำให้กระบวนการเป็นไปอย่างมีระบบ

ตัวอย่าง: หากต้องการรับสมัครพนักงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่บัญชี, Job Requisition จะช่วยระบุขั้นตอนในการสรรหาว่าต้องการเริ่มรับสมัครในวันไหน และกำหนดระยะเวลาการสัมภาษณ์

4. ช่วยในการขออนุมัติจากผู้บริหาร

  • Job Requisition ช่วยให้กระบวนการขออนุมัติเปิดตำแหน่งงานจากผู้บริหารเป็นไปอย่างราบรื่น โดยผู้บริหารสามารถพิจารณาคำขอเปิดตำแหน่งงานได้อย่างละเอียด
  • ประโยชน์: ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตรวจสอบความจำเป็นในการเปิดตำแหน่งงานและอนุมัติหรือตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล

ตัวอย่าง: ในกรณีที่บริษัทต้องการเปิดตำแหน่งงานใหม่ในฝ่ายเทคโนโลยี, Job Requisition จะระบุเหตุผลที่ต้องการตำแหน่งนี้ เช่น การขยายงานของแผนก หรือการเสริมทัพทีมเพื่อรองรับโปรเจ็กต์ใหม่

5. เพิ่มประสิทธิภาพในการคัดเลือกผู้สมัคร

  • Job Requisition ช่วยให้ฝ่าย HR สามารถคัดเลือกผู้สมัครที่ตรงตามความต้องการได้ดียิ่งขึ้น โดยการกำหนดคุณสมบัติที่ต้องการชัดเจนในเอกสารการขอเปิดตำแหน่งงาน
  • ประโยชน์: ช่วยให้การคัดเลือกผู้สมัครเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดเวลาที่ใช้ในการคัดเลือกจากผู้สมัครที่ไม่ตรงกับความต้องการ

ตัวอย่าง: หากองค์กรต้องการหาผู้สมัครที่มีทักษะเฉพาะในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล, Job Requisition จะระบุคุณสมบัติที่ชัดเจน เช่น ต้องการผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล

6. การวางแผนและการติดตามการสรรหาบุคลากร

  • การใช้ Job Requisition ทำให้ฝ่าย HR สามารถติดตามสถานะของกระบวนการสรรหางานได้ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่การเปิดรับสมัครจนถึงการคัดเลือกผู้สมัคร
  • ประโยชน์: ช่วยให้การติดตามกระบวนการสรรหามีความเป็นระเบียบและง่ายต่อการตรวจสอบสถานะ

ตัวอย่าง: เมื่อได้คำขอเปิดตำแหน่งงานใน Job Requisition แล้ว, HR สามารถติดตามได้ว่าได้เปิดรับสมัครงานแล้วหรือไม่, มีผู้สมัครเข้ามาหรือยัง และกำหนดวันที่จะสัมภาษณ์

7. การสร้างความโปร่งใสในการสรรหาบุคลากร

  • Job Requisition ช่วยให้กระบวนการเปิดตำแหน่งงานมีความโปร่งใสในการสื่อสารและการปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจถึงความต้องการและความคาดหวังที่ชัดเจนจากตำแหน่งงานนั้นๆ
  • ประโยชน์: ลดการเข้าใจผิดหรือข้อขัดแย้งในการสรรหาบุคลากร ทำให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่นและตรงตามความต้องการ

ตัวอย่าง: เมื่อบริษัทเปิดรับสมัครตำแหน่งใหม่, การระบุรายละเอียดที่ชัดเจนใน Job Requisition เช่น คุณสมบัติที่ต้องการ, เวลาทำงาน, และสวัสดิการ ช่วยให้ผู้สมัครเข้าใจบทบาทของตนและกระบวนการคัดเลือกได้ดีขึ้น

ตัวอย่างที่ 1: บริษัทเทคโนโลยี – ตำแหน่งนักพัฒนาซอฟต์แวร์

Job Requisition:

  • ตำแหน่ง: นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Developer)
  • แผนก: เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Department)
  • ที่ตั้ง: กรุงเทพมหานคร
  • รายงานต่อ: หัวหน้าฝ่ายพัฒนาซอฟต์แวร์
  • วันที่เปิดตำแหน่ง: 1 มีนาคม 2025
  • วันที่ปิดตำแหน่ง: 31 มีนาคม 2025
  • เงินเดือน: 35,000 – 45,000 บาท/เดือน (ขึ้นอยู่กับประสบการณ์)
  • คุณสมบัติที่ต้องการ:
    • ปริญญาตรีในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    • มีประสบการณ์ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน 2 ปีขึ้นไป
    • มีความเชี่ยวชาญในภาษาโปรแกรม Python, Java หรือ JavaScript
    • มีความเข้าใจในโครงสร้างข้อมูลและอัลกอริธึม
    • สามารถทำงานเป็นทีมได้ดี
    • ทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ดี
  • หน้าที่รับผิดชอบ:
    • พัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ตามที่ได้รับมอบหมาย
    • ร่วมงานกับทีมในการออกแบบและทดสอบแอปพลิเคชัน
    • แก้ไขข้อผิดพลาดและปรับปรุงประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์
    • ทำงานร่วมกับทีมงานในทุกขั้นตอนของการพัฒนา
  • สวัสดิการ:
    • ประกันสุขภาพ
    • โบนัสประจำปี
    • วันหยุดประจำปี
    • โอกาสในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะทางด้านเทคโนโลยี

ตัวอย่างที่ 2: บริษัทการตลาด – ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด

Job Requisition:

  • ตำแหน่ง: ผู้จัดการฝ่ายการตลาด (Marketing Manager)
  • แผนก: การตลาด
  • ที่ตั้ง: กรุงเทพมหานคร
  • รายงานต่อ: ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด
  • วันที่เปิดตำแหน่ง: 15 กุมภาพันธ์ 2025
  • วันที่ปิดตำแหน่ง: 28 กุมภาพันธ์ 2025
  • เงินเดือน: 50,000 – 70,000 บาท/เดือน (ขึ้นอยู่กับประสบการณ์)
  • คุณสมบัติที่ต้องการ:
    • ปริญญาตรีในสาขาการตลาดหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
    • มีประสบการณ์ในการทำงานในฝ่ายการตลาดอย่างน้อย 5 ปี
    • มีทักษะในการจัดการแคมเปญการตลาดและวางกลยุทธ์
    • มีความรู้ในเครื่องมือการตลาดดิจิทัล เช่น Google Analytics, Facebook Ads, SEO/SEM
    • ทักษะในการสื่อสารและนำเสนอที่ดี
  • หน้าที่รับผิดชอบ:
    • วางแผนและดำเนินการแคมเปญการตลาดออนไลน์และออฟไลน์
    • วิเคราะห์ตลาดและพฤติกรรมของลูกค้า
    • สร้างและดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าและพันธมิตร
    • ดูแลทีมงานการตลาดและส่งเสริมการทำงานเป็นทีม
    • ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของแคมเปญ
  • สวัสดิการ:
    • โบนัสประจำปี
    • ประกันสุขภาพ
    • วันหยุดพักผ่อนประจำปี
    • สวัสดิการพนักงาน (ส่วนลดสินค้า, ท่องเที่ยว)

ตัวอย่างที่ 3: บริษัทบริการลูกค้า – ตำแหน่งเจ้าหน้าที่บริการลูกค้า

Job Requisition:

  • ตำแหน่ง: เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า (Customer Service Representative)
  • แผนก: ฝ่ายบริการลูกค้า
  • ที่ตั้ง: สำนักงานสาขากรุงเทพฯ
  • รายงานต่อ: หัวหน้าฝ่ายบริการลูกค้า
  • วันที่เปิดตำแหน่ง: 5 มกราคม 2025
  • วันที่ปิดตำแหน่ง: 20 มกราคม 2025
  • เงินเดือน: 18,000 – 22,000 บาท/เดือน
  • คุณสมบัติที่ต้องการ:
    • ม.6 หรือ ปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง
    • ทักษะการสื่อสารและแก้ไขปัญหาได้ดี
    • มีประสบการณ์ในงานบริการลูกค้าหรือสายงานที่เกี่ยวข้อง
    • สามารถทำงานเป็นทีมและทำงานภายใต้ความกดดันได้
    • หากมีความสามารถในภาษาอังกฤษจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
  • หน้าที่รับผิดชอบ:
    • ตอบคำถามและให้คำแนะนำแก่ลูกค้าผ่านช่องทางต่างๆ เช่น โทรศัพท์, อีเมล, หรือแชท
    • แก้ไขปัญหาหรือข้อร้องเรียนจากลูกค้าอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
    • บันทึกข้อมูลการติดต่อและติดตามผลการบริการลูกค้า
    • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า
  • สวัสดิการ:
    • โบนัสประจำปี
    • ประกันสุขภาพ
    • วันหยุดประจำปี
    • กิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ในที่ทำงาน

บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน HR

บทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำศัพท์ทาง HR

Job Requisition – คำขอเปิดตำแหน่งงาน