เจ้าของธุรกิจ เริ่มต้น รู้ทันHR

เริ่มต้นธุรกิจต้องทำอย่างไรบ้าง…

“ ฉันอยากมีธุรกิจของตัวเอง เริ่มจากตรงไหนดี !! ”… คำถามนี้คงเกิดขึ้นกับทุกคน ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือบริษัทของตนเอง…

สำหรับคนที่ต้องการเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง…เรามีความรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจ มาแนะนำ !

ขั้นตอนที่หนึ่ง เริ่มต้นด้วยการจดจองชื่อบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์

ก่อนอื่น… คุณต้องทำการจดทะเบียนนิติบุคคล กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (สนามบินน้ำ) หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เสียก่อน… อ่านแค่เนี่ย หลายๆ คนคงคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ๆ คงใช้เวลาน่าดู กว่าจะได้ชื่อบริษัทมาเป็นของตนเอง

ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ผ่านมา คงเป็นเช่นนั้น บางคนต้องจ้างบริษัทที่รับจดทะเบียนนิติบุคคลเสียด้วยซ้ำ แต่สมัยนี้ง่ายมากๆ เพราะตอนนี้มีระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Registration แล้ว !! ซึ่งสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาอย่างมาก ซึ่งสามารถทำด้วยตนเองผ่าน Internet ได้แล้ว (หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ http://www.dbd.go.th นะครับ..)

 

..หลังจากคุณได้จดทะเบียนนิติบุคคล กับกระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว คุณก็คือ เจ้าของบริษัท และเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว
ที่นี้แหละ..ก็เป็นเรื่องของผู้บริหารแล้ว ว่าจะบริหารกิจการของตนเองให้ประสบความสำเร็จอย่างไร…(จบ)
คุณคิดว่าแค่นี้ก็ ..จบ.. เหรอ !!!!!!! มีต่ออีกนะครับ ที่ผู้บริหารต้องรู้และเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

แล้วพบกันในตอนที่ 2 ในหัวข้อ “ ผู้บริหารต้องทราบอะไรบ้างหลังจากเป็นเจ้าของบริษัทแล้ว ” !! ครับ

ระบบธุรกิจบนคลาวด์

Cloud Technology : ระบบคลาวด์เพื่อธุรกิจในอนาคต

ปัจจุบัน เทคโนโลยีคลาว (Cloud) กำลังเป็นที่สนใจและได้รับการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะข้อดีของระบบคลาวคือ เราสามารถนำข้อมูลที่ต้องการใช้งานมาใช้ได้ตลอดเวลาเท่าที่เราสามารถ access ถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ โดยเราไม่จำเป็นต้องถืออุปกรณ์บันทึกอย่างแฟลชไดร์ หรือ External HDD ติดตัว ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายและเสียหายจากเหตุไม่คาดฝันต่างๆ

ในต่างประเทศนั้น เทคโนโลยีด้านคลาวด์ ได้ถูกใช้มาค่อนข้างนานแล้วด้วยข้อดีของเทคโนโลยีตัวนี้ ทำให้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ในขณะที่ประเทศไทย การใช้งานยังคงจำกัดในวงแคบอยู่มาก และถูกนำมาใช้งานไม่กี่อย่างเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีตัวนี้ รวมถึงความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจมากขึ้น บริษัทใหญ่ๆ มีการปรับตัวมาใช้เทคโนโลยีตัวนี้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยเป็นประเทศค่อนข้างอนุรักษ์นิยมในการทำงาน การปรับเปลี่ยนใดๆ ไม่ค่อยเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นอย่างไร้ผลลัพพ์ในทางที่ควรเป็น หากต้องการให้ประสบผลสำเร็จ ทั้งผู้บริหาร หัวหน้างาน และระดับพนักงาน จะต้องร่วมมือร่วมใจกันให้การใช้ระบบนี้เกิดขึ้นในองค์กรให้ได้ ส่วนหนึ่งอาจจะต้องรอคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีเข้ามาผลัดใบกับคนรุ่นเก่าที่เติบโตมากับระบบอะนาล็อคเสียก่อนด้วย ดังนั้น เชื่อว่า กว่าเทคโนโลยีนี้จะได้รับการยอมรับในระดับชาติ อาจจะต้องรอเวลาไปอีกหลายปีพอสมควรและคงต้องได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อใประเทศไทยก้าวหน้าสู่สังคม 4.0 ในการทำงานด้วย