ใช้มือถือช่วยในการเช้คอินเวลาทำงานของพนักงาน

โมบายแอพพลิเคชั่น : เช้คอิน – เช้คเอาท์ เวลาทำงาน

เมื่อวันก่อน ผมพูดถึงเรื่องของเทคโนโลยี Cloud ที่เข้ามาช่วยในการทำงาน วันนี้ผมขอพูดเรื่องการใช้งานมือถือที่นำมาใช้กับงาน hr ได้บ้างนะครับ

สัปดาห์ก่อน ผมได้มีโอกาสทดสอบระบบมือถือ โปรแกรม hr ตัวหนึ่ง ที่เข้ามาเสนอในบริษัท ใน app นั้น จะเชื่อมต่อการทำงานกับ hr ได้ ใช้ขอลา ขอโอที และอื่นๆ ได้ (ไว้วันหลังจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง) ทั้งยังสามารถเช็คอินเช็คเอ๊าการทำงานประจำวันจากบน app ได้อีกด้วย บ๊ะ อะไรจะขนาดนั้น ผมลองดูแล้ว ประโยชน์ของมันนี่ เหมือนฟ้ามาโปรดชัดๆ

ข้อแรก พนักงานที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกตลอด เช่น พนักงานที่ต้องอยู่หน้างาน, พนักงานขาย, พนักงาน PC ประจำห้างหรือบูทหรือประจำสาขา สามารถนำ app นี้ไปใช้ได้หมด ที่บริษัทจะทราบทันทีว่าพนักงานมาทำงานหรือยัง มาสายมั้ย คนขาดหรือไม่
ข้อสอง พนักงานที่รับงานเป็นจ๊อบๆ เช่น แมสเซนเจอร์ ก็สามารถนำไปใช้งานได้เหมือนกัน โดยเมื่อถึงแต่ละจุดก็ให้ทำการเช็คอิน ณ จุดนั้น เป็นการยืนยันตัวตนว่าเรามาแล้ว แล้วก็จ่ายเงินตามตกลงกัน จะตามระยะทางหรือตามจ้างก็ว่ากันไป

ข้อดี

1. ระบบนอกจากจะยอมให้เช็คอินบนมือถือได้แล้ว ยังจับ location เหมือนเวลาเราเช็คอินบน facebook ได้อีกด้วย ทำให้ทราบตำแหน่งที่แน่นอนของผู้ที่ไปว่า ไม่ได้โมเมนอนอยู่ที่แล้วแล้วบอกเราว่าไปพบลูกค้าวันนี้ นอกจากนี้ระบบยังจับจาก device id ของเครื่องอีกด้วย ทำให้ไม่อาจเช็คอินแทนกันได้ เพราะระบบจะฟ้องเลยว่า คุณใช้เครื่องเดียวกันมาเช็คอิน ก็ไปไล่เบี้ยเอาทีหลังได้
2. ระบบยอมให้เช็คอิน แต่ไม่ยอมให้พนักงานมองเห็นแผนที่และไม่ยอมให้ลากจุดที่ต้องการเช็คอินได้ด้วย ทำให้ยากที่พนักงานจะโกงจุดเช็คอินได้
3. ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องสแกนนิ้ว สแกนบัตร หรือจ้าง hr ประจำหน้างานที่อาจจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนักเพียง 1-2 คน ลงได้ เพราะมือถือในยุคปัจจุบัน แต่ละคนก็มีสมาร์์ทโฟนกันเกือบหมดแล้ว หรืออาจจะประยุกต์ไปใช้เป็นบริษัท ลงทุนซื้อไว้ 1 เครื่องติดตั้งที่หน้างาน อย่างเดียวเลยก็ได้ (เครื่องถูกๆ ก็พอนะครับ เดี๋ยวจะโดนขโมย)

ข้อเสีย

1. ถ้า internet ไม่มี ก็จบข่าวสิครับ เพราะต้องทำงานผ่านระบบ internet ถ้าต้องไปในที่ห่างไกล ไร้สัญญาณล่ะจะทำยังไง
2. ถ้าพนักงานลงทุนซื้อไว้อีกเครื่องให้เพื่อนช่วยเช็คอินแทนกัน จะทำอย่างไร แต่ข้อนี้ แก้ไขได้ด้วยการให้ฝ่าย hr ทำการบันทึก device id ของพนักงานท่านั้นเอาไว้ก่อน เพื่อเปรียบเทียบกันได้ แต่ถ้าพนักงานจะลงทุนเอาเครื่องหลักตัวเองไปให้เพื่อน แล้วซื้ออีกเครื่องมาใช้งาน ถ้าทำจริงๆ ผมก็ยอมซูฮกให้ล่ะ
3. ถ้าพนักงานลืมเช็คอินจะทำอย่างไร …. ก็ต้องมีมาตรการจัดการภายในกันเองล่ะครับ สุดวิสัยจริงๆ ที่จะเตรียมรับมือ

ถ้าหากสรุปแล้ว เทียบข้อดีข้อเสีย ก็ยังนับว่า ข้อดีมีภาษีดีกว่า สำหรับข้อเสีย เรายังสามารถกำหนดมาตรการภายในบริษัทเพื่ออุดช่องโหว่เหล่านี้ได้ ฉะนั้นแล้ว บริษัท ห้างร้าน กิจการใดที่กำลังประสบปัญหาที่เข้าข่ายลักษณะนี้ จะลองหาซื้อมาใช้งานก็น่าจะเป็นประโยชนอย่างมากครับ

ระบบธุรกิจบนคลาวด์

Cloud Technology : ระบบคลาวด์เพื่อธุรกิจในอนาคต

ปัจจุบัน เทคโนโลยีคลาว (Cloud) กำลังเป็นที่สนใจและได้รับการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะข้อดีของระบบคลาวคือ เราสามารถนำข้อมูลที่ต้องการใช้งานมาใช้ได้ตลอดเวลาเท่าที่เราสามารถ access ถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ โดยเราไม่จำเป็นต้องถืออุปกรณ์บันทึกอย่างแฟลชไดร์ หรือ External HDD ติดตัว ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญหายและเสียหายจากเหตุไม่คาดฝันต่างๆ

ในต่างประเทศนั้น เทคโนโลยีด้านคลาวด์ ได้ถูกใช้มาค่อนข้างนานแล้วด้วยข้อดีของเทคโนโลยีตัวนี้ ทำให้ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ในขณะที่ประเทศไทย การใช้งานยังคงจำกัดในวงแคบอยู่มาก และถูกนำมาใช้งานไม่กี่อย่างเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการใช้เทคโนโลยีตัวนี้ รวมถึงความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจมากขึ้น บริษัทใหญ่ๆ มีการปรับตัวมาใช้เทคโนโลยีตัวนี้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี ประเทศไทยเป็นประเทศค่อนข้างอนุรักษ์นิยมในการทำงาน การปรับเปลี่ยนใดๆ ไม่ค่อยเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นอย่างไร้ผลลัพพ์ในทางที่ควรเป็น หากต้องการให้ประสบผลสำเร็จ ทั้งผู้บริหาร หัวหน้างาน และระดับพนักงาน จะต้องร่วมมือร่วมใจกันให้การใช้ระบบนี้เกิดขึ้นในองค์กรให้ได้ ส่วนหนึ่งอาจจะต้องรอคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีเข้ามาผลัดใบกับคนรุ่นเก่าที่เติบโตมากับระบบอะนาล็อคเสียก่อนด้วย ดังนั้น เชื่อว่า กว่าเทคโนโลยีนี้จะได้รับการยอมรับในระดับชาติ อาจจะต้องรอเวลาไปอีกหลายปีพอสมควรและคงต้องได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อใประเทศไทยก้าวหน้าสู่สังคม 4.0 ในการทำงานด้วย