employee handbook

รู้มั้ย “กฎข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน” คืออะไร…สำคัญอย่างไร

 

เจ้าของกิจการหรือลูกจ้างหลายๆคน คงจะพอเคยได้ยินกันมาบ้างเกี่ยวกับ กฏข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แต่น้อยคนที่จะเข้าใจว่ามันคืออะไร แล้วมีความสำคัญอย่างไรนะ วันนี้เรามาดูกันว่าเรื่องกฏข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเนี่ย มันเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตเราบ้าง

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108
มาตรา 108 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป 
ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย 
และข้อบังคับอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการดังต่อไปนี้
1.วันทำงาน  เวลาทำงานปกติ  และเวลาพัก
2.วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
3.หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
4.วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง  ค่าล่วงเวลา  ค่าทำงานในวันหยุด  และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
5.วันลาและหลักเกณฑ์การลา
6.วินัยและโทษทางวินัย
7.การร้องทุกข์
8.การเลิกจ้างค่าชดเชย  และค่าชดเชยพิเศษ


ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน 
และให้นายจ้างจัดเก็บสำเนาข้อบังคับไว้ ณ สถานประกอบกิจการ
หรือสำนักงานของนายจ้าง รวมทั้งให้จัดส่งสำเนาข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ให้แก่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศใช้ข้อบังคับ
เกี่ยวกับการทำงาน 


ให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยเปิดเผย 
ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง เพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบและดูได้โดยสะดวก

จากที่กล่าวไปข้างบนนั้น จะเห็นได้ว่า จริงๆแล้ว วัตถุประสงค์…การจัดทำ “ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน” นั้น เรากำหนดขึ้นมาเพื่อที่จะ
•    เพื่อกำหนดสิทธิหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่พึงปฏิบัติต่อกัน
•    เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการทำงาน
•    เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งซึ่งกันและกัน

 

ซึ่งจากวัตถุประสงค์ดังกล่าว เราจะเห็นได้ว่า…การจัดทำกฎระเบียบข้อบังคับการทำงาน จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนายจ้าง ซึ่งต้องจัดทำและกำหนดรายละเอียดข้อบังคับต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน เพราะกรณีหากเกิดข้อพิพาทระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเมื่อใด เอกสารชิ้นแรกที่จะถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาคือ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เพราะฉนั้นถ้านายจ้างคนไหนยังไม่มีการจัดทำ ควรจะรีบจัดทำขึ้นมาให้เป็นที่เรียบร้อย และลูกจ้างคนไหนยังไม่เคยอ่าน ก็ควรจะไปอ่านให้เข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ในการทำงาน จะได้ทำให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นสุข

HR สมัยใหม่ มองหาพนักงานแบบไหน

ปัจจุบัน เรากำลังเข้าสู่เทคโนโลยี 4.0 ครับ ดังนั้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจึงมีสูงมาก และเป็นการ Global World Wide ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า เราไม่ได้มีผลกระทบกับคนทั้งโลกอีกต่อไป ดังนั้นแล้ว พนักงานแบบไหนล่ะ ที่พนักงานมองหาอยู่

ทักษะแรก คงหนีไม่พ้นเรื่องของภาษา : เพราะโลกยุคปัจจุบัน เป็นสังคมออนไลน์ สิ่งที่เราค้นหาบน website จึงมีทั้งภาษาไทย อังกฤษ จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเราอาจจะต้องติดต่อ ค้นหาข้อมูล หรืออื่นๆ ดังนั้น การเรียนรู้ภาษาที่สอง สาม สี่ จึงเป็นเรื่องสำคัญ และทำให้เรามีโอกาสมากกว่าคนอื่น
ทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต : คงเคยได้ยินใช่ไหมครับว่าจงทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วเสมอ เพื่อพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้กับชีวิต และพัฒนาตัวเราเองอยู่เสมอ ซึ่งการทำงานก็เป็นไปตามที่ว่ามานี้ สิ่งที่เรารู้ดีอยู่แล้ว อาจจะมีคนอื่นทำได้ดีกว่าเรา เร็วกว่าเรา เชี่ยวชาญกว่าเราก็ได้ และเราควรเรียนรู้จากคนเหล่านั้น เพื่อพัฒนาตัวเราเองและงานให้ดีขึ้น

ทักษะการคิด ตัดสินใจและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า : การคิดไม่ใช่เพียงแต่คิดได้ แต่ต้องคิดให้เป็นและคิดให้ทันด้วย เพราะบางครั้ง การเจรจาธุรกิจเขาจะไม่บอกเราตรงๆ มันจะมีนัยยะแฝงอยู่เสมอ หากเราคิดไม่ทัน มองไม่ออก อาจเสียโอกาสเหล่านั้นไป และเมื่อคิดได้แล้ว ต้องตอบให้เป็น ตัดสินใจดำเนินการ เหล่านี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จของเราให้มากขึ้น
ทักษะการวิเคราะห์และสังเคราะห์ : เราจำเป็นต้องวิเคราะห์ให้เป็นถึงเนื้องาน ปัญหา สิ่งที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้สามารถทราบถึงสิ่งที่บริษัทต้องการและทำงานได้อย่างถูกต้อง และเมื่อวิเคราะห์ได้แล้ว เราก็ต้องสังเคราะห์ให้ได้ว่า แล้วเราควรทำอย่างไรล่ะ เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ของการทำงานนั้นๆ วางลำดับขั้นตอน หนึ่ง สอง สาม เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย

ทักษะการเข้าสงคม : อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่ปัญหานี้ปัจจุบันกำลังเป็นปัญหาใหญ่ มีบ่อยครั้งที่พนักงานเป็นคนเก็บตัว ไม่คบหาสมาคมกับใคร พูดน้อย หรือไม่ก็สุดโต่งไปอีกฝั่งอย่างพวกมั่นใจในตนเอง ไม่ฟังใคร อีโก้สูง สิ่งเหล่านี้ ทำให้ทีมเกิดความแตกแยก ไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้เกิดปัญหาในการทำงานบ่อยครั้ง และด้วยสังคม Social ในปัจจุบัน ทำให้คนมักมองโทรศัพท์มากกว่ามองหน้าเพื่อน ดังนั้น จึงควรปรับปรุงตัวเองในเรื่องนี้ด้วย
ทักษะอดทนและขยันทำงาน : อดทนและขยันทำงาน มันก็เรื่องพื้นๆ นี่นา ใช่ครับ มันพื้นๆ แต่นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่บริษัทจะเจอในหมู่พนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มั่นใจในตนเอง มีความคิดเป็นของตัวเอง ทำงานได้ไม่เท่าไหร่ ไม่ชอบใจก็ลาออก ไม่ชอบนายจ้าง ไม่ชอบเพื่อนร่วมงาน ก็ลาออก ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานแบบบริษัท ทำงานไม่ได้ก็ลาออก เราจึงเห็นคนรุ่นใหม่หันมาเปิดกิจการเป็นของตัวเองมากขึ้น เพราะเขาต้องการเป็นนายของตัวเองด้วยความฝันอันสวยหรู เช่นธุรกิจยอดฮิตอย่างร้านกาแฟ
ทักษะพิเศษ : เช่นความรู้เฉพาะทางที่เรามี ซึ่งเหล่านี้จะทำให้เราได้รับการจ้างที่ง่ายขึ้น เพราะเป็นทักษะที่หายาก ซึ่งจะทำให้ได้รับค่าจ้างที่แพงขึ้นด้วย เช่น ทักษะทางด้านรังสี ทักษะด้านการแพทย์
ยังมีอีกมากครับ ที่จะทำให้เราได้รับการจ้างที่ง่ายขึ้น แต่เหล่านี้ที่ได้กล่าวไปแล้วล้วนเป็นแกนหลักที่สำคัญที่จะทำให้เราได้รับการจ้างงานมากขึ้นครับ

 

ถ้าสนใจโปรแกรมเงินเดือนที่ใช้บริหารงานบุคคลสมัยใหม่ ติดต่อ EZY-HR เพื่อทดลองใช้ได้ที่ http://www.ezy-hr.com/

หยุดงาน ช่วงเทศกาล สงกรานต์ หยุดยาว

เทคนิคการหยุดงานช่วงเทศกาล

เทศกาลระดับประเทศใกล้เข้ามาอีกวาระแล้วครับ กับเทศกาลสงกรานต์ที่พนักงานเตรียมตัวลายาวเพื่อเที่ยวฉลองหลังจากทำงานมาอย่างยาวนานตั้ง 3 เดือน (อย่าปฏิเสธว่าคุณไม่ได้เที่ยวปีใหม่เชียว)

สำหรับพนักงานบริษัททั่วไป ทำงานจันทร์ถึงศุกร์ ก็คงไม่มีปัญหาเรื่องวันหยุดสักเท่าไหร่ แต่สำหรับธุรกิจบริการอย่างร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือปั้มน้ำมันแล้ว เทศกาลแบบนี้ใครก็อยากหยุดเที่ยวด้วยกันทั้งนั้น แต่จะหยุดทั้งหมดก็ไม่ได้ เพราะยังต้องเปิดให้บริการอยู่ แล้วใครล่ะ จะได้หยุด???

ถ้าวันหยุดมีการประกาศตายตัวของพนักงานแต่ละคนอยู่แล้ว เช่น หยุดทุกวันจันทร์ วันพุธ ก็คงไม่ได้ลำบากสักเท่าไหร่ เพราะเทศกาลจะตรงกับวันไหนก็ดวงล้วนๆ แต่สำหรับพนักงานที่มีการกำหนดวันหยุดประจำเดือนแบบเดือนต่อเดือนหรือสัปดาห์ต่อสัปดาห์นั้น คนจัดตารางกะหรือหัวหน้างานจะเป็นที่จับตาของพนักงานมาก เพราะทำไมเค้าได้หยุด ทำไมผมไม่ได้หยุด และเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็มักจะเป็นปัญหาระยะยาวถึงความน่าเชื่อถือของคนจัดตารางกะหรือหัวหน้างาน

ดังนั้น ในบางบริษัทเพื่อตัดปัญหานี้ จะขอความร่วมมือพนักงาน ไม่ให้พนักงานท่านใดได้หยุดงานเลยเพื่อความยุติธรรม ไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันขึ้นส่วนเวลาเข้างาน ก็อาจจะจัดให้เกิดความเหลื่อมกันบ้างหรือสลับเวลากันเข้าบ้าง เพื่อไม่ให้เข้าดึกทุกวันหรือเข้าแต่กลางวันทุกวัน จนไม่ได้ไปไหนกับเขาเลย อีกวิธีที่พบคือ อาจจะให้สลับกันหยุดในช่วงเทศกาล เช่น นาย ก. ได้หยุดปีใหม่ไปแล้ว สงกรานต์ก็จะให้นาง ข. ได้หยุดบ้าง ซึ่งก็อาจจะตกลงกันก่อนก็ได้ว่า ใครมีเหตุจำเป็นต้องหยุดในช่วงเทศกาลไหนเป็นการเฉพาะไหม ถ้าไม่มีก็มาคุยกันว่า ใครจะหยุดเทศกาลอะไรก็จะทำให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นด้วยเช่นกัน

ดังนั้นแล้ว หัวหน้างานหรือคนจัดตารางกะจะต้องให้ความยุติธรรมและเป็นธรรมกับทุกคนและคิดให้รอบคอบที่สุด อย่างที่บอกครับ ต่อให้เรามีเหตุผลดีแค่ไหน แต่สุดท้ายแล้ว พนักงานอาจมองเป็นแค่ความลำเอียง คนใกล้ชิด หรือลูกรักได้ครับ

ทริคในการลงทุนระยะยาว

การลงทุนเพื่อวัยเกษียณกับ RMF – ตอนจบ : ทริคในการลงทุน

นอกจากเรื่องการลงทุนแล้ว

ผมยังได้แนะนำทริคเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการลงทุน ให้กับพี่บีไปอีกนิดหน่อย ที่นิดน่อยนี่ไม่ได้หวงอะไรนะครับ แต่เพราะพี่บียังไม่มีประสบการณ์ในการลงทุนจริง ดังนั้น การยัดเยียดอะไรที่มากเกินไปจะทำให้กังวลและลังเลที่จะลงทุนเสียเปล่าๆ ดังนั้น ให้พี่บีได้ลงทุนไปสักระยะแล้วเราค่อยๆ เติมไปจะดีกว่า
เช่น ถ้าภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แต่ไม่รู้จะลงทุนในกองทุนอะไรดี ไม่ต้องคิดมากครับ กองทุนรวม SET50 ไปเลย หรืออย่างถ้าเศรษฐกิจและตลาดหุ้นเริ่มขาลง ควรทำยังไง ก็ไม่ต้องคิดมากอีกเหมือนกัน กองุทนรวมตลาดเงินครับ
ตลอดระยะเวลาที่ผมได้คุยกับพี่บีนั้น ผมชอบตอนจบมาก ผมถามพี่บีว่า แล้วพี่สนใจจะลงทุนแบบไหนดีครับ พี่บีตอบกลับมาว่า ผมคงลงทุนในความเสี่ยงน้อยๆ ก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มทีหลังดีกว่า ผมว่านี่เป็นความคิดที่ดีมาก ถ้าเรายังไม่มั่นใจ ไม่มีประสบการณ์ เราก็ไม่ควรไปใส่กับมันเต็มที่ เราต้องเตรียมพร้อมความรู้และประสบการณ์ให้อย่างน้อยก็ในระดับที่มีคนมาเป่าหูเราแล้ว เราไม่หวั่นไหวไปเขาได้นั่นล่ะครับ เพราะไม่ว่าอนาคตจะได้มาก ได้น้อย เสียมาก เสียน้อย จะได้ไม่มานั่งเจ็บใจตัวเองในภายหลังว่า เพราะเรามันโง่ ไม่มีประสบการณ์ ละโมบโลภมากไป
ก็หวังว่าทุกคนจะลงทุนอย่างมีสตินะครีบ หากมีข้อสงสัยใดๆ สอบถามเพิ่มเติมเข้ามาได้ครับ ผมยินดีตอบครับ โดยพูดคุยกันเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Page ของเรา -> รู้ทัน HR

ใช้มือถือช่วยในการเช้คอินเวลาทำงานของพนักงาน

โมบายแอพพลิเคชั่น : เช้คอิน – เช้คเอาท์ เวลาทำงาน

เมื่อวันก่อน ผมพูดถึงเรื่องของเทคโนโลยี Cloud ที่เข้ามาช่วยในการทำงาน วันนี้ผมขอพูดเรื่องการใช้งานมือถือที่นำมาใช้กับงาน hr ได้บ้างนะครับ

สัปดาห์ก่อน ผมได้มีโอกาสทดสอบระบบมือถือ โปรแกรม hr ตัวหนึ่ง ที่เข้ามาเสนอในบริษัท ใน app นั้น จะเชื่อมต่อการทำงานกับ hr ได้ ใช้ขอลา ขอโอที และอื่นๆ ได้ (ไว้วันหลังจะมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง) ทั้งยังสามารถเช็คอินเช็คเอ๊าการทำงานประจำวันจากบน app ได้อีกด้วย บ๊ะ อะไรจะขนาดนั้น ผมลองดูแล้ว ประโยชน์ของมันนี่ เหมือนฟ้ามาโปรดชัดๆ

ข้อแรก พนักงานที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกตลอด เช่น พนักงานที่ต้องอยู่หน้างาน, พนักงานขาย, พนักงาน PC ประจำห้างหรือบูทหรือประจำสาขา สามารถนำ app นี้ไปใช้ได้หมด ที่บริษัทจะทราบทันทีว่าพนักงานมาทำงานหรือยัง มาสายมั้ย คนขาดหรือไม่
ข้อสอง พนักงานที่รับงานเป็นจ๊อบๆ เช่น แมสเซนเจอร์ ก็สามารถนำไปใช้งานได้เหมือนกัน โดยเมื่อถึงแต่ละจุดก็ให้ทำการเช็คอิน ณ จุดนั้น เป็นการยืนยันตัวตนว่าเรามาแล้ว แล้วก็จ่ายเงินตามตกลงกัน จะตามระยะทางหรือตามจ้างก็ว่ากันไป

ข้อดี

1. ระบบนอกจากจะยอมให้เช็คอินบนมือถือได้แล้ว ยังจับ location เหมือนเวลาเราเช็คอินบน facebook ได้อีกด้วย ทำให้ทราบตำแหน่งที่แน่นอนของผู้ที่ไปว่า ไม่ได้โมเมนอนอยู่ที่แล้วแล้วบอกเราว่าไปพบลูกค้าวันนี้ นอกจากนี้ระบบยังจับจาก device id ของเครื่องอีกด้วย ทำให้ไม่อาจเช็คอินแทนกันได้ เพราะระบบจะฟ้องเลยว่า คุณใช้เครื่องเดียวกันมาเช็คอิน ก็ไปไล่เบี้ยเอาทีหลังได้
2. ระบบยอมให้เช็คอิน แต่ไม่ยอมให้พนักงานมองเห็นแผนที่และไม่ยอมให้ลากจุดที่ต้องการเช็คอินได้ด้วย ทำให้ยากที่พนักงานจะโกงจุดเช็คอินได้
3. ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องสแกนนิ้ว สแกนบัตร หรือจ้าง hr ประจำหน้างานที่อาจจะมีขนาดไม่ใหญ่มากนักเพียง 1-2 คน ลงได้ เพราะมือถือในยุคปัจจุบัน แต่ละคนก็มีสมาร์์ทโฟนกันเกือบหมดแล้ว หรืออาจจะประยุกต์ไปใช้เป็นบริษัท ลงทุนซื้อไว้ 1 เครื่องติดตั้งที่หน้างาน อย่างเดียวเลยก็ได้ (เครื่องถูกๆ ก็พอนะครับ เดี๋ยวจะโดนขโมย)

ข้อเสีย

1. ถ้า internet ไม่มี ก็จบข่าวสิครับ เพราะต้องทำงานผ่านระบบ internet ถ้าต้องไปในที่ห่างไกล ไร้สัญญาณล่ะจะทำยังไง
2. ถ้าพนักงานลงทุนซื้อไว้อีกเครื่องให้เพื่อนช่วยเช็คอินแทนกัน จะทำอย่างไร แต่ข้อนี้ แก้ไขได้ด้วยการให้ฝ่าย hr ทำการบันทึก device id ของพนักงานท่านั้นเอาไว้ก่อน เพื่อเปรียบเทียบกันได้ แต่ถ้าพนักงานจะลงทุนเอาเครื่องหลักตัวเองไปให้เพื่อน แล้วซื้ออีกเครื่องมาใช้งาน ถ้าทำจริงๆ ผมก็ยอมซูฮกให้ล่ะ
3. ถ้าพนักงานลืมเช็คอินจะทำอย่างไร …. ก็ต้องมีมาตรการจัดการภายในกันเองล่ะครับ สุดวิสัยจริงๆ ที่จะเตรียมรับมือ

ถ้าหากสรุปแล้ว เทียบข้อดีข้อเสีย ก็ยังนับว่า ข้อดีมีภาษีดีกว่า สำหรับข้อเสีย เรายังสามารถกำหนดมาตรการภายในบริษัทเพื่ออุดช่องโหว่เหล่านี้ได้ ฉะนั้นแล้ว บริษัท ห้างร้าน กิจการใดที่กำลังประสบปัญหาที่เข้าข่ายลักษณะนี้ จะลองหาซื้อมาใช้งานก็น่าจะเป็นประโยชนอย่างมากครับ