พรบพัฒนาฝีมือแรงงาน

พรบกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

“ ผู้บริหารต้องทราบอะไรบ้าง หลังจากเป็นเจ้าของบริษัทแล้ว ” คำถามนี้หลายๆคนคงกำลังถามตัวเองกันอยู่ เรามาว่ากันต่อจากตอนที่แล้วเลยครับ

1. พ.ร.บ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
2. พ.ร.บ คนพิการ
3. พ.ร.บ แรงงานสัมพันธ์

พ.ร.บ. ทั้ง 3 ตัวนี้เป็นเรื่องที่ผู้บริหารมือใหม่ต้องใส่ใจอย่างมากครับ..เพราะถ้าละเลย คุณอาจต้องเสียเงินโดยใช้เหตุ

1. พ.ร.บ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
ก่อนอื่น…ของผู้บริหารยุคใหม่ มองดูรอบๆ ตัวท่าน ว่ามีพนักงานเท่าไหร่ ???
พ.ร.บ. ตัวนี้ นายจ้างหรือผู้บริหาร จะต้องใช้เวลาพอสมควรครับ แต่คงไม่นานมากนักที่ พ.ร.บ ตัวนี้จะวิ่งมาถึง หากการดำเนินธุรกิจของท่านเจริญรุ่งเรื่องเป็นอย่างดี ก็ต้องจ้างพนักงานเพิ่มขึ้นตาม มาดูกันว่าเมื่อไหร่ที่บริษัทของท่านจะต้องสนใจ พ.ร.บ. ตัวนี้
ก็เมื่อผู้ประกอบกิจการประเภทอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือธุรกิจอย่างอื่นที่ซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ทุกท้องที่ ถ้าไม่จัดให้มีการฝึกอบรมฝีมือแรงงาน หรือจัดฝึกอบรมไม่ครบตามสัดส่วน 50 เปอร์เซ็นต์ ของลูกจ้างทั้งหมดในแต่ละปีปฏิทิน ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน

เงินสมทบ ก็คือ เงินที่ผู้ประกอบกิจการส่งสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ในกรณีที่ไม่จัดฝึกอบรมฝีมือแรงงาน หรือจัดฝึกอบรมฝีมือแรงงานแต่ไม่ครบตามสัดส่วนที่กำหนด ดังนั้น ผู้ประกอบการหรือผู้บริหารยุคใหม่ต้องสังเกตให้ดีว่า บริษัทของท่านมีพนักงานอยู่เท่าใดในตอนนี้…

 

 

ในตอนหน้า เราจะมาว่ากันที่ พ.ร.บ ถัดไป คือ  พ.ร.บ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ครับ

หลังจากเป็นเจ้าของบริษัทแล้ว คุณต้องรู้อะไรบ้าง

มาแล้วครับ..ตอนที่ 2

 

สำหรับตอนที่ 2 คือใจสำคัญที่ผู้บริหารต้องตระหนักเป็นอย่างมาก หัวข้อคือ “ผู้บริหารต้องทราบอะไรบ้าง หลังจากเป็นเจ้าของบริษัทแล้ว” จากตอนที่แล้วได้แนะนำ “วิธีการจดทะเบียนบริษัท” เรียบร้อยแล้ว ต่อมาเมื่อคุณดำเนินธุรกิจ ผู้บริหารบางคนยังไม่ทราบว่า จะมีสิ่งใดบ้างที่จะมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจของตนบ้าง…ซึ่งผู้เขียนจะนำข้อมูลด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของท่าน มานำเสนอให้ทราบ และผู้บริหาร มิควรละเลยเป็นอย่างยิ่ง… คำถาม…คุณทราบข้อมูลเหล่านี้หรือไหม ?…>>>

1. พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน
2. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน – ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
3. พ.ร.บ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
4. พ.ร.บ คนพิการ
5. พ.ร.บ แรงงานสัมพันธ์

 

เว้บไซต์ หาความรู้ เกี่ยวกับ กรมสวัสดิการ แรงงาน

 

พ.ร.บ. ต่างๆ เหล่านี้ จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับธุรกิจของท่านอย่างไร เมื่อใด ซึ่งท่านอาจไม่รู้ตัว…ดังนี้

ข้อที่ 1 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน

เมื่อกิจการที่ทำ จำเป็นต้องมีลูกจ้างก็หลีกหนีไม่พ้นเรื่อง พ.ร.บ คุ้มครองแรงงาน ซึ่งในกฎหมายตัวนี้จะระบุรายละเอียดต่างๆ ในการจ้างแรงงานไว้อย่างชัดเจน อาทิเช่น การจ้างแรงงานหญิงและเด็ก ระยะเวลาการทดลองงาน สวัสดิการ การจ่ายเงินชดเชย ค่าแรงขั้นต่ำ วันหยุด วันลา และอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งปัญหาด้านแรงงานเป็นปัญหาใหญ่ ที่ผู้บริหารจะมองข้ามไม่ได้เลยที่เดียว จำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายแรงเป็นอย่างดี จะได้ไม่มีปัญหาด้านแรงงาน

ข้อ 2. การจัดทำ “ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน”

เมื่อธุรกิจดำเนินกิจการมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็มั่นใจได้เลยว่ากิจการต้องมีลูกจ้างเพิ่มขึ้นเป็นแน่ ซึ่งผู้บริหารหรือนายจ้าง ก็ต้องมีเรื่องให้ต้องดำเนินการตามกฎหมายอีกแล้ว… นั้นคือ การกำหนด “ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 108” ซึ่ง มาตรา 108 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย และข้อบังคับอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการดังต่อไปนี้

1. วันทำงาน เวลาทำงานปกติ และเวลาพัก
2. วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
3. หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
4. วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
5. วันลาและหลักเกณฑ์การลา
6. วินัยและโทษทางวินัย
7. การร้องทุกข์
8. การเลิกจ้าง ค่าชดเชย และค่าชดเชยพิเศษ

 

โดยให้นายจ้างจัดเก็บสำเนาข้อบังคับไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง รวมทั้งให้จัดส่งสำเนาข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานให้แก่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันประกาศใช้ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง เพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบและดูได้โดยสะดวก

เดี๋ยวเรามาว่ากันถึงสิ่งอื่นที่ผู้บริหารจะต้องรู้อีก ในตอนหน้าครับ
ถ้าใครยังไม่ได้อ่านบทความตอนแรกของซีรี่ส์นี้ กดย้อนไปอ่านได้ที่นี่ครับ -> เริ่มต้นธุรกิจต้องทำอย่างไรบ้าง?
เจ้าของธุรกิจ เริ่มต้น รู้ทันHR

เริ่มต้นธุรกิจต้องทำอย่างไรบ้าง…

“ ฉันอยากมีธุรกิจของตัวเอง เริ่มจากตรงไหนดี !! ”… คำถามนี้คงเกิดขึ้นกับทุกคน ที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือบริษัทของตนเอง…

สำหรับคนที่ต้องการเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง…เรามีความรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งธุรกิจ มาแนะนำ !

ขั้นตอนที่หนึ่ง เริ่มต้นด้วยการจดจองชื่อบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์

ก่อนอื่น… คุณต้องทำการจดทะเบียนนิติบุคคล กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ (สนามบินน้ำ) หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เสียก่อน… อ่านแค่เนี่ย หลายๆ คนคงคิดว่าเป็นเรื่องยุ่งยากแน่ๆ คงใช้เวลาน่าดู กว่าจะได้ชื่อบริษัทมาเป็นของตนเอง

ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่ผ่านมา คงเป็นเช่นนั้น บางคนต้องจ้างบริษัทที่รับจดทะเบียนนิติบุคคลเสียด้วยซ้ำ แต่สมัยนี้ง่ายมากๆ เพราะตอนนี้มีระบบจดทะเบียนนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Registration แล้ว !! ซึ่งสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาอย่างมาก ซึ่งสามารถทำด้วยตนเองผ่าน Internet ได้แล้ว (หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ http://www.dbd.go.th นะครับ..)

 

..หลังจากคุณได้จดทะเบียนนิติบุคคล กับกระทรวงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว คุณก็คือ เจ้าของบริษัท และเป็นผู้บริหารอย่างเต็มตัว
ที่นี้แหละ..ก็เป็นเรื่องของผู้บริหารแล้ว ว่าจะบริหารกิจการของตนเองให้ประสบความสำเร็จอย่างไร…(จบ)
คุณคิดว่าแค่นี้ก็ ..จบ.. เหรอ !!!!!!! มีต่ออีกนะครับ ที่ผู้บริหารต้องรู้และเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก

แล้วพบกันในตอนที่ 2 ในหัวข้อ “ ผู้บริหารต้องทราบอะไรบ้างหลังจากเป็นเจ้าของบริษัทแล้ว ” !! ครับ

employee handbook

รู้มั้ย “กฎข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน” คืออะไร…สำคัญอย่างไร

 

เจ้าของกิจการหรือลูกจ้างหลายๆคน คงจะพอเคยได้ยินกันมาบ้างเกี่ยวกับ กฏข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แต่น้อยคนที่จะเข้าใจว่ามันคืออะไร แล้วมีความสำคัญอย่างไรนะ วันนี้เรามาดูกันว่าเรื่องกฏข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเนี่ย มันเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตเราบ้าง

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108
มาตรา 108 ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป 
ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย 
และข้อบังคับอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับรายการดังต่อไปนี้
1.วันทำงาน  เวลาทำงานปกติ  และเวลาพัก
2.วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด
3.หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด
4.วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง  ค่าล่วงเวลา  ค่าทำงานในวันหยุด  และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
5.วันลาและหลักเกณฑ์การลา
6.วินัยและโทษทางวินัย
7.การร้องทุกข์
8.การเลิกจ้างค่าชดเชย  และค่าชดเชยพิเศษ


ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ต้องจัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน 
และให้นายจ้างจัดเก็บสำเนาข้อบังคับไว้ ณ สถานประกอบกิจการ
หรือสำนักงานของนายจ้าง รวมทั้งให้จัดส่งสำเนาข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ให้แก่อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายในสิบห้าวันนับแต่วันประกาศใช้ข้อบังคับ
เกี่ยวกับการทำงาน 


ให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานโดยเปิดเผย 
ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง เพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบและดูได้โดยสะดวก

จากที่กล่าวไปข้างบนนั้น จะเห็นได้ว่า จริงๆแล้ว วัตถุประสงค์…การจัดทำ “ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน” นั้น เรากำหนดขึ้นมาเพื่อที่จะ
•    เพื่อกำหนดสิทธิหน้าที่ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่พึงปฏิบัติต่อกัน
•    เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการทำงาน
•    เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งซึ่งกันและกัน

 

ซึ่งจากวัตถุประสงค์ดังกล่าว เราจะเห็นได้ว่า…การจัดทำกฎระเบียบข้อบังคับการทำงาน จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนายจ้าง ซึ่งต้องจัดทำและกำหนดรายละเอียดข้อบังคับต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน เพราะกรณีหากเกิดข้อพิพาทระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเมื่อใด เอกสารชิ้นแรกที่จะถูกหยิบขึ้นมาพิจารณาคือ ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน เพราะฉนั้นถ้านายจ้างคนไหนยังไม่มีการจัดทำ ควรจะรีบจัดทำขึ้นมาให้เป็นที่เรียบร้อย และลูกจ้างคนไหนยังไม่เคยอ่าน ก็ควรจะไปอ่านให้เข้าใจถึงสิทธิและหน้าที่ในการทำงาน จะได้ทำให้สามารถทำงานได้อย่างเป็นสุข